กันซึม คือวัสดุที่ช่วยปิดรูพรุนของคอนกรีตและรอยต่อต่างๆ เพื่อไม่ให้น้ำหรือความชื้นซึมผ่านเข้าไปในตัวอาคาร หน้าที่ของมันไม่ใช่แค่ช่วยหยุดปัญหาน้ำหยดใส่หัวเวลาฝนตกเท่านั้น แต่คือการปกป้องเหล็กโครงสร้างข้างในไม่ให้ขึ้นสนิมจนผุกร่อน พร้อมทั้งช่วยสกัดปัญหาชวนปวดหัวในบ้าน ทั้งคราบเกลือ ผนังลอกล่อน กลิ่นอับ และเชื้อราดำ
สำหรับงานตกแต่งผิวปูนยุคใหม่ Concrete Decor อยากให้คุณมองว่าระบบกันซึมคือรากฐานที่สำคัญที่สุดก่อนจะเริ่มทำผิวให้สวยงาม ไม่ว่าคุณจะเลือกทำผนังลอฟท์ พื้นไมโครซีเมนต์ หรือปูนขัดมัน หากไม่มีการบล็อกความชื้นจากใต้ดินหรือผนังฝายนอกไว้ให้ดี แรงดันน้ำที่ซ่อนอยู่จะดันตัวออกมาทำลายการยึดเกาะ ส่งผลให้ผิวปูนสวยๆ ด้านบนเกิดคราบด่าง พองตัว และล่อนหลุดออกมาเป็นแผ่นในระยะยาว
ทำไมระบบกันซึมจึงเป็นหัวใจสำคัญของงานตกแต่งผิวปูนลอฟท์และไมโครซีเมนต์?
ความสำคัญของกันซึมในงานตกแต่ง คือการทำหน้าที่เป็นเกาะป้องกันความชื้นย้อนกลับไม่ให้ขึ้นมาทำลายผิวหน้าของปูน เนื่องจากธรรมชาติของปูนซีเมนต์และงานฉาบผิวบางทุกประเภท จะมีรูพรุนขนาดเล็กที่พร้อมจะดูดซับน้ำและส่งผ่านความชื้นได้ตลอดเวลา
หากข้ามขั้นตอนการทำระบบกันซึมในจุดเสี่ยง เช่น พื้นบ้านชั้นล่างที่ติดกับผิวดิน ผนังห้องน้ำ หรือผนังภายนอกอาคาร ความชื้นจะเข้าไปสะสมอยู่ใต้ผิวตกแต่ง เมื่อเจอความร้อนในตอนกลางวัน ความชื้นจะกลายเป็นไอน้ำที่มีแรงดันมหาศาล ดันให้วัสดุเคลือบผิวอย่างน้ำยาอะคริลิคหรือแผ่นฟิล์มโพลียูรีเทนโป่งพองออก การทำระบบกันซึมที่ถูกต้องตั้งแต่ก่อนเริ่มงานสถาปัตยกรรมผิวบาง จึงเป็นทางเลือกที่ประหยัดและยั่งยืนกว่าการตามรีโนเวทซ่อมแซมซ้ำซาก
ประเภทของระบบกันซึมและวัสดุกันซึมที่ช่างตกแต่งควรรู้
ประเภทของระบบกันซึมที่นิยมใช้ในงานก่อสร้างและงานตกแต่งสถาปัตยกรรม สามารถแบ่งออกตามลักษณะทางเคมีและตำแหน่งหน้างานได้ 4 ประเภทหลัก
ซีเมนต์กันซึม(Cementitious Waterproofing)
ซีเมนต์กันซึมเป็นวัสดุที่รวมตัวเป็นเนื้อเดียวกับโครงสร้างปูนได้ดีที่สุด มีความยืดหยุ่นตัวสูง ทนแรงดันน้ำได้ดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทาก่อนปูกระเบื้องห้องน้ำ ทาในถังเก็บน้ำ หรือทาบล็อกความชื้นบนผนังปูนฉาบ
อะคริลิกกันซึม(Acrylic Waterproofing)
อะคริลิกกันซึมเป็นน้ำยาทาเคลือบชนิดยืดหยุ่นใสหรือมีสีเมื่อแห้งตัวจะกลายเป็นแผ่นฟิล์มเหนียว เหมาะสำหรับงานดาดฟ้า ผนังภายนอกอาคาร และระเบียงเพื่อรองรับการขยายตัวจากความร้อน แต่มีข้อจำกัดคือไม่ทนทานต่อจุดที่มีน้ำขังถาวร
โพลียูรีเทนกันซึม(PU Waterproofing)
โพลียูรีเทนกันซึมเป็นวัสดุกันซึมชนิดเหลวที่ให้ชั้นฟิล์มหนา ยืดหยุ่นได้สูงสุดหลายเท่าตัว (High Elasticity) สามารถทนทานต่อน้ำขัง แสงแดด UV และทนต่อรอยแตกร้าวของคอนกรีตได้ดีเยี่ยม เหมาะกับดาดฟ้าขนาดใหญ่และพื้นที่สัญจรหนัก
น้ำยากันซึมผสมคอนกรีต (Concrete Admixtures)
น้ำยากันซึมผสมคอนกรีตเป็นเทคโนโลยีกันซึมที่เน้นการผสมลงในเนื้อปูนตั้งแต่ขั้นตอนการเทหล่อ เพื่อทำหน้าที่ลดรูพรุนและโพรงอากาศภายในเนื้อคอนกรีตตั้งแต่วันแรก การเลือกใช้น้ำยากันซึมผสมคอนกรีตที่ได้มาตรฐาน จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นให้โครงสร้างอาคารแข็งแกร่ง และบล็อกไม่ให้โมเลกุลของน้ำซึมผ่านเข้าทำลายฐานรากจากภายในอาคารได้ในระยะยาว

วิธีป้องกันการรั่วซึมในจุดเสี่ยงรอบบ้านก่อนงานตกแต่งพัง
วิธีป้องกันการรั่วซึมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คือการตรวจหา “ต้นทางของน้ำ” และทำการซีลปิดรอยต่ออย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การทาเคมีภัณฑ์ทับคราบน้ำ เพราะน้ำมักจะเดินทางผ่านช่องว่างเล็กๆ เสมอ
จุดเช็กและแนวทางแก้ไขปัญหาความชื้น
- โซนห้องน้ำและพื้นที่เปียก: ต้องทำระบบซีเมนต์กันซึมยืดหยุ่นทาเคลือบผิวปูนสี่เหลี่ยมรอบห้อง โดยเน้นการปัดขอบมุมรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังให้สูงขึ้นมาอย่างน้อย 15-20 เซนติเมตร และซีลรอบท่อน้ำทิ้ง (Floor Drain) ทุกจุดอย่างหนาแน่น
- ผนังติดดินและพื้นชั้นล่าง: พื้นผิวปูนที่อยู่ติดสวนหรือชั้นใต้ดินมักเจอกับแรงดันน้ำใต้ดินดันขึ้นมาตลอดเวลา ก่อนทำพื้นลอฟท์หรือไมโครซีเมนต์ ช่างต้องเคลียร์ผิวให้สะอาด ทาน้ำยาบล็อกความชื้นทับ เพื่อตัดวงจรไม่ให้ไอความชื้นวิ่งขึ้นมาทำลายหน้าปูน
- รอยแตกร้าวภายนอกและขอบวงกบ: น้ำฝนมักซึมเข้าทางรอยร้าวลายงาบนผนังตึกภายนอก ต้องทำการอุดรอยร้าวด้วยวัสดุประเภท PU Sealant ให้เรียบร้อย ก่อนจะทำการลงระบบกันซึมทับอีกชั้นหนึ่ง
3 ขั้นตอน วิธีใช้กันซึมอย่างถูกวิธีเพื่อเตรียมผิวงาน
วิธีใช้กันซึมให้ติดแน่นทนทานยาวนาน ต้องยึดหลักการทำงานเป็นระบบ 3 ขั้นตอน คือ “เตรียมผิว – ลงกันซึม – บ่มตัว” การข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไปจะส่งผลให้ประสิทธิภาพของฟิล์มกันน้ำลดลงเกินครึ่ง
1. การเตรียมพื้นผิวปูนเดิม
ขัดลอกคราบสีเก่า คราบไขมัน และปัดกวาดฝุ่นผงคอนกรีตออกให้หมดเพื่อเตรียมผิวปูนเดิม หน้าผิวปูนที่จะลงกันซึมต้องมีความแข็งแรง ไม่เปราะเปื่อย หากเป็นซีเมนต์กันซึม ต้องทำการพรมน้ำให้พื้นผิวมีความฉ่ำหมาดพอดีเพื่อป้องกันปูนแย่งน้ำจากเคมี
2. การทาวัสดุกันซึมตามมาตรฐาน
การลงน้ำยากันซึมต้องทาอย่างน้อย 2 รอบตามมาตรฐาน โดยกฎเหล็กคือการทารอบที่สองใน “แนวตัดขวาง (90 องศา)” กับรอบแรก เพื่อให้เนื้อฟิล์มวิ่งไปประสานและกลบรูพรุนของคอนกรีตได้อย่างทั่วถึงและไม่มีช่องว่างหลงเหลือ
3. การปล่อยให้บ่มตัวและทดสอบ
หลังจากทาเสร็จ ต้องปล่อยให้ระบบกันซึมที่ทำไว้แห้งสนิทและเซ็ตตัวเต็มที่ตามเวลากำหนด (ปกติ 24 – 48 ชั่วโมง) ก่อนที่จะทำการปล่อยน้ำทดสอบขัง หรือเริ่มขั้นตอนฉาบแต่งผิวบางประเภทไมโครซีเมนต์หรือปูนลอฟท์ด้านบน
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับกันซึม
น้ำยากันซึมแตกต่างจากน้ำยาเคลือบผิวปูน (Sealer) อย่างไร?
ทำหน้าที่คนละชั้น น้ำยากันซึมจะอยู่ “ใต้ชั้นผิว” เพื่อบล็อกน้ำและความชื้นไม่ให้วิ่งผ่านโครงสร้าง ส่วนน้ำยาเคลือบผิวปูนจะทาอยู่ “บนผิวหน้าสุด” เพื่อเคลือบกันคราบสกปรกภายนอกและโชว์ความสวยงาม
มีคราบน้ำด่างขาวบนผนังปูนลอฟท์ สามารถทากันซึมทับไปเลยได้ไหม?
ไม่ควรทำเด็ดขาด ต้องสกัดและขัดล้างคราบด่างเกลือออกให้หมด ปล่อยให้ผนังแห้งสนิท และแก้ปัญหาน้ำรั่วซึมจากต้นตอภายนอกอาคารก่อน จากนั้นจึงเริ่มทำระบบกันซึมใหม่
ทำไมทาซีเมนต์กันซึมในห้องน้ำแล้ว พอปูกระเบื้องทับยังมีปัญหารั่วซึม?
มักเกิดจากการเก็บรายละเอียดรอบท่อน้ำทิ้งหรือรอยต่อมุมห้องไม่ดี หรือเกิดจากการปูกระเบื้องที่ไปขูดขีดทำลายชั้นฟิล์มกันซึมจนฉีกขาดขณะทำงาน
พื้นปูนขัดมันก่อนทำสีลอฟท์ จำเป็นต้องลงกันซึมตรงไหนบ้าง?
เน้นย้ำเป็นพิเศษในบริเวณพื้นชั้นล่างสุดที่สัมผัสผิวดิน และผนังด้านที่ติดกับห้องน้ำหรือพื้นที่ซักล้างภายนอก เพื่อบล็อกไม่ให้ความชื้นจากจุดเหล่านั้นวิ่งย้อนกลับมาทำลายความสวยของปูนลอฟท์
สรุป
การทำระบบกันซึมที่ถูกต้อง คือการลงทุนครั้งเดียวที่คุ้มค่าที่สุดในการปกป้องทั้งโครงสร้างอาคารและงานศิลปะผิวปูนราคาแพงในบ้าน การเลือกประเภทของวัสดุกันซึมให้แมตช์กับหน้างาน และการเตรียมพื้นผิวปูนให้สะอาดและแห้งสนิทก่อนลงมือทำ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผนังปูนลอฟท์ พื้นไมโครซีเมนต์ หรือผิวปูนขัดมันของคุณคงความดิบเท่ สวยงาม ไม่มีปัญหาสีลอก คราบด่าง หรือเชื้อรามากวนใจตลอดอายุการใช้งาน
หากคุณกำลังวางแผนรีโนเวทบ้าน ทำผนังปูนเปลือย หรือต้องการเคมีภัณฑ์เตรียมพื้นผิวที่มีมาตรฐานสูง สามารถแวะเข้ามาเลือกชมสินค้าเฉพาะทางได้ที่ Concrete Decor เพื่อเลือกสรรสูตรบล็อกความชื้น สารกันซึม และน้ำยาเคลือบผิวที่ตรงกับปัญหาหน้างานของคุณ โดยมีทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้งานของคุณจบสวยและสมบูรณ์แบบที่สุดครับ
สั่งซื้อสินค้าหรือติดต่อสอบถามได้ที่
โทรศัพท์ : 063-932-2993
Line id : @concretedecor Email : sales@cdt.email