งานก่อสร้างแต่ละประเภทต้องเลือกใช้ปูนให้เหมาะกับลักษณะงาน เพราะปูนแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและการใช้งานต่างกัน ปูนที่เหมาะกับงานโครงสร้างจึงอาจไม่เหมาะกับงานก่อหรือฉาบผนัง ก่อนเลือกซื้อ
บทความนี้ Concrete Decor จะพามารู้จักประเภทของปูนและการใช้งานแต่ละแบบ เพื่อช่วยให้เลือกปูนได้เหมาะกับงานและลดปัญหาที่อาจตามมาภายหลัง
ปูน คืออะไร?
ปูน คือวัสดุประสานในรูปแบบผงที่ใช้ในงานก่อสร้าง โดยทั่วไปหมายถึง ปูนซีเมนต์ ซึ่งผลิตจากหินปูน ดินเหนียว และแร่ยิปซัม นำมาบดจนเป็นผงปูนซีเมนต์ละเอียด เมื่อผสมกับน้ำจะเกิดปฏิกิริยาและแข็งตัว แต่ปูนซีเมนต์เพียงอย่างเดียวยังไม่เหมาะกับการใช้งานจริง ต้องผสมกับทราย หิน และน้ำในสัดส่วนที่เหมาะสมตามประเภทของงาน
ปูนซีเมนต์มีกี่ประเภทใช้งานต่างกันอย่างไร?
ปูนซีเมนต์แต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน โดยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ตาม มอก. 15 เล่ม 1 แบ่งเป็น 5 ประเภท ตั้งแต่งานทั่วไป ไปจนถึงงานที่ต้องการความทนซัลเฟตหรือควบคุมความร้อนเป็นพิเศษ
ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา (Ordinary Portland Cement) หรือปูนประเภทที่ 1
เป็นปูนซีเมนต์พื้นฐานที่ไม่ต้องการคุณสมบัติพิเศษด้านใดเป็นการเฉพาะ หน้างานมักเรียกกันว่า “ปูนแดง” เหมาะกับงานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป เช่น งานเทพื้น เสา คาน และถนน
ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ดัดแปลง (Modified Portland Cement) หรือปูนประเภทที่ 2
ปูนประเภทนี้คายความร้อนสะสมน้อยกว่าประเภทที่ 1 และทนทานต่อซัลเฟตได้ในระดับปานกลาง เหมาะกับงานฐานรากหรือโครงสร้างที่สัมผัสดินซัลเฟตไม่มาก
ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ให้กำลังอัดเร็ว (High-Early-Strength Portland Cement) หรือปูนประเภทที่ 3
ปูนประเภทนี้บดละเอียดกว่าปกติ ทำให้คอนกรีตพัฒนากำลังอัดได้เร็วในช่วง 7 วันแรก เหมาะกับงานที่ต้องถอดแบบไว เช่น ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป เสาเข็ม หรืองานซ่อมด่วน แต่ยังต้องบ่มคอนกรีตให้ครบเวลา กำลังอัดถึงจะเต็มตามสเปก
ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ความร้อนต่ำ (Low-Heat Portland Cement) หรือปูนประเภทที่ 4
ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องควบคุมความร้อนจากปฏิกิริยากับน้ำ โดยเฉพาะงานคอนกรีตปริมาณมากอย่างเขื่อนหรือฐานรากขนาดใหญ่ ซึ่งความร้อนสะสมภายในอาจทำให้เกิดปัญหาการแตกร้าวได้
ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ทนซัลเฟต (Sulfate-Resistance Portland Cement) หรือปูนประเภทที่ 5
ทนทานต่อการกัดกร่อนจากซัลเฟตได้สูงที่สุดในกลุ่มปอร์ตแลนด์ จึงเหมาะกับงานริมทะเล ป่าชายเลน หรือพื้นที่ดินเค็มโดยเฉพาะ

นอกจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์แล้ว ยังมีปูนซีเมนต์และวัสดุประสานสำหรับงานเฉพาะด้านอีกหลายกลุ่ม ซึ่งไม่ได้อยู่ใน 5 ประเภทข้างต้น ดังนี้
ปูนซีเมนต์ผสม (Mixed Cement) หรือปูนก่อ
เป็นปูนซีเมนต์ที่มีวัสดุอื่นผสมตามมาตรฐาน หน้างานมักเรียกกันว่า “ปูนเขียว” ช่วยให้มีคุณสมบัติเหมาะกับงานก่อสร้างบางประเภท และมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์แยกจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์โดยเฉพาะ
ปูนซีเมนต์ขาว (White Cement)
เป็นปูนซีเมนต์ที่มีสีขาว เหมาะกับงานที่ต้องการความสวยงามและสีของวัสดุ เช่น งานตกแต่ง งานยาแนว หรืองานผลิตชิ้นงานตกแต่ง โดยมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์แยกต่างหาก
ปูนสำเร็จรูป (มอร์ตาร์ / Mortar)
เป็นวัสดุที่ผสมส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับงานก่อหรือฉาบมาให้จากโรงงานแล้ว หน้างานเพียงเติมน้ำตามสัดส่วนที่ผู้ผลิตกำหนด จึงช่วยให้ควบคุมสัดส่วนและคุณภาพของส่วนผสมได้ง่ายขึ้น
เลือกปูนซีเมนต์ยังไงให้เหมาะกับงาน?
รู้จักประเภทของปูนแล้ว ขั้นต่อไปคือเลือกให้ตรงกับลักษณะงานและสภาพหน้างาน โดยก่อนซื้อควรดู 3 เรื่องหลัก ๆ ดังนี้
- งานนี้เป็นงานโครงสร้างหรืองานตกแต่งผิว? งานเสา คาน ฐานรากทั่วไป ใช้ปูนแดง ห้ามใช้ปูนก่อหรือปูนสำเร็จรูปแทน เพราะรับน้ำหนักไม่พอ ส่วนงานก่ออิฐหรือฉาบผนัง ให้ใช้ปูนเขียวแทน
- พื้นที่หน้างานเสี่ยงสัมผัสน้ำเค็มหรือดินซัลเฟตไหม? ถ้าใกล้ทะเลหรือดินมีปัญหาซัลเฟต ต้องขยับไปกลุ่มปูนทนซัลเฟตโดยเฉพาะ ไม่ใช่ปูนธรรมดา
- มีเงื่อนไขเรื่องเวลาหรือปริมาณเทคอนกรีตพิเศษไหม? งานที่ต้องถอดแบบเร็วกับงานเทปริมาณมากใช้ปูนคนละกลุ่มกัน ตรงนี้ควรเช็กก่อนสั่งของ
นอกจากประเภทปูนแล้ว อัตราส่วนผสมปูน ทราย และหิน ก็มีผลต่อคุณภาพของคอนกรีตไม่แพ้กัน โดยเฉพาะงานเทพื้น หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกปูนหรือส่วนผสมแบบไหน แนะนำให้ปรึกษาช่างหรือผู้มีประสบการณ์ก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ได้วัสดุที่เหมาะกับหน้างานจริงครับ

ข้อควรระวังในการใช้ปูนซีเมนต์
เลือกปูนให้เหมาะกับงานแล้ว ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ควรเช็กตั้งแต่ก่อนซื้อไปจนถึงตอนใช้งาน เพื่อช่วยรักษาคุณภาพของปูนและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
- เช็กเครื่องหมาย มอก. บนถุงก่อนซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าปูนผ่านมาตรฐานและเป็นประเภทตามที่ระบุ
- ดูวันผลิตและสภาพของปูน ปูนซีเมนต์ใช้ได้แค่ราว 2-3 เดือน ยิ่งเก็บในที่ชื้นหรือหน้าฝนยิ่งเสื่อมเร็ว
- ปูนเขียวใช้แทนปูนแดงไม่ได้ทุกกรณี เพราะรับน้ำหนักได้น้อยกว่ามาก เผลอใช้ผิดจุดอาจทำให้โครงสร้างไม่แข็งแรงตามที่ควร
- ใช้ปูนที่ผสมแล้วภายในเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรเติมน้ำกลับเข้าไปเมื่อส่วนผสมเริ่มแข็งตัว เพราะอาจทำให้คุณสมบัติและกำลังของวัสดุเปลี่ยนไป
- สวมอุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน ฝุ่นปูนและปูนสามารถระคายเคืองผิวหนังและดวงตาได้ ควรสวมถุงมือ หน้ากาก และแว่นตานิรภัย และล้างด้วยน้ำสะอาดทันทีหากสัมผัสผิวหรือตา
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับปูน
ปูนซีเมนต์กับคอนกรีต ต่างกันอย่างไร?
ปูนซีเมนต์คือผงวัตถุดิบตั้งต้นที่ยังไม่ผ่านการผสมกับส่วนประกอบอื่น ส่วนคอนกรีตคือปูนซีเมนต์ที่นำไปผสมกับทราย หิน และน้ำแล้ว จนกลายเป็นวัสดุพร้อมใช้เทหรือหล่อโครงสร้าง
ปูนสำเร็จรูปกับปูนซีเมนต์ที่ผสมทรายเอง ต่างกันยังไง?
ปูนสำเร็จรูปจะผสมทรายมาให้แล้วจากโรงงาน แค่เติมน้ำก็ใช้ได้ทันที ส่วนปูนซีเมนต์ธรรมดาต้องผสมทรายเองหน้างาน
ปูนซีเมนต์เก็บได้นานแค่ไหนก่อนหมดสภาพ?
โดยทั่วไปเก็บได้ประมาณ 2-3 เดือนหลังวันผลิต หากเก็บในที่แห้งและไม่โดนความชื้น แต่ในช่วงหน้าฝนหรือที่ชื้น อายุการใช้งานจะสั้นลงกว่านั้น
สรุป
ปูนแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและเหมาะกับงานต่างกัน การเลือกใช้จึงควรดูทั้งลักษณะงานและสภาพหน้างานเป็นหลัก ตั้งแต่งานโครงสร้าง งานก่อ-ฉาบ ไปจนถึงงานที่ต้องรับมือกับซัลเฟต หากเลือกปูนให้ตรงกับงานตั้งแต่ต้น ก็ช่วยให้ควบคุมคุณภาพงานและลดปัญหาที่อาจตามมาในภายหลังได้
หากยังไม่มั่นใจว่างานของตัวเองควรใช้ปูนประเภทไหน ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในงานคอนกรีตและปูนตกแต่ง Concrete Decor พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนเลือกวัสดุก่อนเริ่มงานจริง
สั่งซื้อสินค้าหรือติดต่อสอบถามได้ที่
โทรศัพท์ : 063-932-2993
Line id : @concretedecor
Email : sales@cdt.email