เมื่อเราพูดถึงการสร้างหรือปรับปรุงพื้นที่โรงจอดรถ หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือ “พื้นโรงจอดรถ” ต้องรองรับน้ำหนักของรถยนต์ได้ดี ทนต่อแรงกระแทก ความชื้น น้ำมัน และการใช้งานในระยะยาว ซึ่งการเลือกวัสดุปูพื้นโรงจอดรถควรพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งด้านความแข็งแรง ความสวยงาม และความปลอดภัย บทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับวัสดุต่าง ๆ ที่นิยมใช้ในการทำพื้นโรงจอดรถ พร้อมทั้งแนะนำวิธีการเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน
พื้นโรงจอดรถมีกี่ประเภท เลือกทำแบบไหนดี
พื้นโรงจอดรถแบ่งออกได้ 6 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและจุดเด่นต่างกัน ดังนี้
1. พื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย

พื้นคอนกรีตพิมพ์ลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับพื้นโรงจอดรถบ้านพักอาศัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการดีไซน์ที่แตกต่างจากพื้นปูนธรรมดา เพราะพื้นชนิดนี้มีการพิมพ์ลวดลายลงบนผิวคอนกรีต ทำให้ได้ลักษณะคล้ายหินธรรมชาติ แต่ยังคงความแข็งแรงของคอนกรีตเอาไว้ครบถ้วน
- เพิ่มความโดดเด่นให้พื้นที่โรงจอดรถ
- ทนแดด ทนฝน หากมีการเคลือบผิว
- ลวดลายไม่หลุดล่อนง่าย
ข้อควรระวัง:
- หากไม่มีการเคลือบซ้ำ สีอาจซีดจาง
- พื้นอาจลื่นในช่วงฝนตก หากไม่ได้ใส่สารกันลื่น
2. พื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก

พื้นโรงจอดรถประเภทนี้เป็นตัวเลือกพื้นฐานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในงานโครงสร้าง เพราะสามารถรองรับน้ำหนักรถยนต์ได้ดี เหมาะสำหรับบ้านที่มีรถหลายคันหรือใช้งานหนักอย่างต่อเนื่อง หากเสริมโครงสร้างเหล็กอย่างเหมาะสมจะยิ่งช่วยเพิ่มอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น แนะนำให้เทพร้อมพื้นลาดเพื่อป้องกันน้ำขัง และควรมีรอยต่อขยายตัวเพื่อป้องกันการแตกร้าว
ข้อดี:
- รองรับแรงกดได้ดี เหมาะกับรถขนาดใหญ่
- ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก
- อายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี
ข้อควรระวัง:
- หากไม่ได้เคลือบผิวให้กับพื้น อาจเกิดฝุ่นจากผิวคอนกรีต และดูดซับคราบน้ำมัน
- อาจแตกร้าวจากการทรุดตัวของพื้น หรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
3. พื้นคอนกรีตขัดมัน

พื้นขัดมันเป็นคอนกรีตที่ถูกขัดจนผิวเรียบเนียน มีความมันเงาให้ลุคโมเดิร์น เหมาะกับโรงจอดรถของบ้านสมัยใหม่ที่ต้องการความกลมกลืนระหว่างภายในกับภายนอก แม้จะดูแลง่ายและฝุ่นน้อย แต่ควรระวังเรื่องความลื่น โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ดังนั้น หลังปูเสร็จแนะนำให้ใช้สารเคลือบกันลื่นร่วมด้วย
ข้อดี:
- พื้นผิวเรียบเนียน ทำความสะอาดง่าย
- ดูสวยงามและเป็นระเบียบ
- ป้องกันฝุ่นจากพื้นผิวได้ดี
ข้อควรระวัง:
- พื้นมีความลื่น ต้องระวังช่วงหน้าฝน
- ไม่เหมาะกับพื้นกลางแจ้งที่โดนแดดหรือฝนจัด
4. พื้นอีพ็อกซี่

พื้นอีพ็อกซี่เป็นพื้นที่หลายคนน่าจะเคยเห็นตามโรงจอดรถในห้างสรรพสินค้ามาบ้างแล้ว พื้นจะมีความเรียบเนียน เงางาม ทันสมัย ทนต่อสารเคมี และทนรอยขีดข่วน แถมยังทำความสะอาดง่าย หากใครที่ไม่ชอบพื้นปูนธรรมดาอยากเพิ่มความสวยให้กับพื้นโรงจอดรถในบ้าน พื้นประเภทนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ข้อดี:
- ไม่สะสมฝุ่น ดูแลทำความสะอาดง่าย
- มีสีสันและลวดลายให้เลือกหลากหลาย
- ทนต่อการกัดกร่อนจากน้ำมันหรือสารเคมี
ข้อควรระวัง:
- ต้องใช้ช่างติดตั้งที่มีความชำนาญ
- ไม่ควรใช้กับพื้นชื้น เพราะอาจเกิดการหลุดล่อนได้
5. พื้นพียู

พื้นเคลือบพียูเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความทนทานขั้นสูง เนื้อวัสดุมีความยืดหยุ่นดี ช่วยลดปัญหาแตกร้าว และยังทนต่อความร้อนและรังสี UV ได้ดีกว่าอีพ็อกซี่ เหมาะสำหรับพื้นที่กลางแจ้งหรือพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ่อยครั้ง แม้ว่าราคาจะสูงกว่าอีพ็อกซี่แต่คุ้มค่าในระยะยาว
ข้อดี:
- ไม่แตกร้าวง่าย ทนต่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
- ป้องกันความชื้นได้ดีเยี่ยม
- มีความยืดหยุ่นสูง
ข้อควรระวัง:
- ต้องเตรียมพื้นผิวเดิมให้แห้งสนิทก่อนติดตั้ง
6. พื้นบล็อกปูถนน

พื้นบล็อกปูถนนหรือ Interlocking Paver นิยมใช้ในโรงรถกลางแจ้งหรือพื้นที่ร่วมกับสวน เพราะระบายน้ำได้ดีและให้ความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติ หากเกิดความเสียหายสามารถเปลี่ยนเฉพาะจุดได้โดยไม่ต้องรื้อทั้งหมด แต่ข้อควรระวังคือการจัดฐานรองให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการทรุดตัวในระยะยาว
ข้อดี:
- วางซ่อมแซมเป็นจุดได้โดยไม่ต้องรื้อทั้งหมด
- ลดโอกาสการเกิดน้ำขัง เพราะมีช่องระบายน้ำ
- ไม่ต้องใช้เครื่องมือหนักในการติดตั้ง
ข้อควรระวัง:
- หากไม่บดอัดแน่นพื้นอาจขยับหรือยุบได้
- ต้องดูแลร่องบล็อกไม่ให้วัชพืชขึ้น
คุณสมบัติของพื้นโรงจอดรถที่ดีควรคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง
พื้นโรงจอดรถที่ดีไม่ใช่แค่สวยงามเท่านั้น แต่ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริงในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อต้องรองรับน้ำหนักจากรถยนต์และเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งปี การเลือกวัสดุปูพื้นจึงควรคำนึงถึงคุณสมบัติเหล่านี้:
- พื้นที่ใช้งาน (Indoor / Outdoor) โรงจอดรถในร่มสามารถใช้วัสดุที่เน้นดีไซน์ได้ เช่น อีพ็อกซี่หรือขัดมันได้มากกว่า ส่วนพื้นที่กลางแจ้งควรเน้นวัสดุทนแดดทนฝนอย่างพื้นพียู หรือบล็อกปู
- น้ำหนักและลักษณะการใช้งาน หากต้องการพื้นโรงจอดรถที่รองรับรถยนต์หลายคันหรือรถขนาดใหญ่ ควรใช้พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กหรือพื้นหนาแน่นสูง
- ความปลอดภัยจากการลื่นไถล พื้นที่มีโอกาสเปียกน้ำ เช่น โรงจอดรถกลางแจ้ง ควรเลือกพื้นผิวที่มีความฝืดหรือวัสดุที่ป้องกันการลื่น
- การดูแลรักษาในระยะยาว ควรเลือกวัสดุปูพื้นที่ทำความสะอาดง่ายและทนต่อคราบน้ำมันจากรถ เช่น พื้นที่มีการเคลือบผิว หรือวัสดุที่ไม่ดูดซับคราบต่าง ๆ
- อายุการใช้งานยาวนาน วัสดุที่เลือกใช้ควรมีความทนทานต่อแรงกระแทก เพื่อให้พื้นใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องซ่อมบ่อย
เคล็ดลับยืดอายุการใช้งานให้กับพื้นโรงจอดรถ
พื้นโรงจอดรถไม่ว่าจะเลือกใช้วัสดุประเภทใดก็ตาม ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมเพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน โดยมีเคล็ดลับสำคัญดังนี้
- เคลือบพื้นตามระยะเวลา: หากเป็นพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย พื้นอีพ็อกซี่ หรือพื้นคอนกรีตทั่วไป แนะนำให้เคลือบผิวด้วยซีลเลอร์ทุก ๆ 1–2 ปี เพื่อป้องกันความชื้น คราบสกปรก และรอยแตกร้าว
- ทำความสะอาดคราบน้ำมันทันที: ไม่ควรปล่อยให้คราบน้ำมันหรือของเหลวอื่น ๆ ซึมลงพื้น เพราะอาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพได้ง่าย เมื่อเกิดคราบควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อนทันที
- หลีกเลี่ยงการขูดหรือกระแทกพื้นโดยตรง: โดยเฉพาะกับพื้นเคลือบผิว เช่น อีพ็อกซี่หรือพียู ควรหลีกเลี่ยงการลากของหนักโดยไม่มีล้อ หรือการกระแทกเครื่องมือช่างลงบนพื้น
- ระวังการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ: สำหรับวัสดุที่ไวต่ออุณหภูมิอย่างกระเบื้องเซรามิก ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานในพื้นที่กลางแจ้งที่มีการขยายตัวและหดตัวของวัสดุตามอุณหภูมิสูง
- ตรวจเช็กสภาพพื้นเป็นประจำ: หมั่นตรวจสอบรอยแตกร้าว จุดที่ยุบตัว หรือแนวร่องที่เสื่อมสภาพ เพื่อซ่อมแซมทันทีก่อนปัญหาลุกลาม
- รักษาความสะอาดโดยรวม: กวาดพื้นเป็นประจำ และล้างพื้นด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะทาง โดยไม่ใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรงเกินไป
สรุป
การเลือกวัสดุปูพื้นโรงจอดรถต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายด้าน ตั้งแต่ลักษณะพื้นที่ การใช้งานจริง ไปจนถึงงบประมาณและความสะดวกในการดูแลรักษา รวมถึงเช็กข้อดีและข้อควรระวังของแต่ละประเภท เพราะการเลือกปูพื้นที่เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้หลายปีโดยไม่ต้องซ่อมบ่อย แถมยังช่วยให้บ้านหรืออาคารดูเป็นระเบียบ ปลอดภัย และคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาวอีกด้วย
การเลือกวัสดุปูพื้นนับเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานออกแบบก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือโครงการสาธารณะ คอนกรีตพิมพ์ลายล้วนเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความสวยงามและความคุ้มค่าในระยะยาว ด้วยเทคนิคการพิมพ์ลวดลายลงบนพื้นคอนกรีต ทำให้สามารถสร้างพื้นผิวที่มีรูปลักษณ์คล้ายวัสดุธรรมชาติได้โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนสูง วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักคอนกรีตพิมพ์ลายแบบรอบด้าน ทั้งในแง่ของคุณสมบัติ ข้อดี วิธีใช้งาน และการดูแลรักษา
คอนกรีตพิมพ์ลายคืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน
คอนกรีตพิมพ์ลาย (Stamped Concrete) คือกระบวนการตกแต่งพื้นคอนกรีตให้มีลวดลายและผิวสัมผัสคล้ายวัสดุธรรมชาติ เช่น หิน อิฐ ไม้ หรือกระเบื้อง โดยการใช้แม่พิมพ์กดทับบนพื้นคอนกรีตขณะที่ยังไม่แข็งตัวเต็มที่ จากนั้นจึงเติมสีและเคลือบผิวเพื่อเพิ่มความคงทนและสุนทรียะในการใช้งาน
ส่วนวัสดุพื้นฐานยังคงเป็นคอนกรีตแบบทั่วไป แต่จะผ่านขั้นตอนพิเศษที่ช่วยยกระดับความสวยงาม ทำให้ได้พื้นผิวดูหรูหรา มีมิติ และสามารถปรับลวดลายให้เข้ากับสไตล์ของพื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็น บ้านพักอาศัย พื้นที่ภายนอกอาคาร หรือโครงการเชิงพาณิชย์สิ่งที่ทำให้คอนกรีตพิมพ์ลายได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือความสามารถในการผสมผสานความทนทานแบบคอนกรีตเข้ากับความสวยงามแบบวัสดุตกแต่งในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับวัสดุจริงอย่างหินธรรมชาติหรือไม้จริง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ฟังก์ชัน การตกแต่ง และงบประมาณ

จุดเด่นของคอนกรีตพิมพ์ลายที่ควรรู้
1. ความหลากหลาย
คอนกรีตพิมพ์ลายสามารถสร้างลวดลายและเฉดสีได้หลากหลายได้ ตั้งแต่ลายหินธรรมชาติ ลายไม้ ลายอิฐ ไปจนถึงลายกระเบื้องหรูหรา จึงค่อนข้างตอบโจทย์กับสไตล์ตกแต่งหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บ้านสไตล์โมเดิร์น ลอฟต์ วินเทจ หรือรีสอร์ตที่เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ
2. ทนทานต่อการใช้งานในระยะยาว
ด้วยคุณสมบัติของพื้นคอนกรีตที่แข็งแรงอยู่แล้ว เมื่อนำมาผ่านกระบวนการพิมพ์ลายและเคลือบผิวเพิ่มยิ่งช่วยเพิ่มความทนทานต่อแรงกด แรงกระแทก รวมถึงสภาพอากาศต่าง ๆ ได้ดี ทำให้ไม่แตกร้าวหรือซีดจางง่าย เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานหนัก เช่น ลานจอดรถ ทางเดินภายนอก และพื้นที่เชิงพาณิชย์

3. คอนกรีตพิมพ์ลายประหยัดกว่าวัสดุตกแต่งจริง
แม้จะให้รูปลักษณ์คล้ายหินธรรมชาติหรือลวดลายไม้จริง แต่คอนกรีตพิมพ์ลายมีราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าวัสดุจริง จึงช่วยลดภาระงบประมาณโดยไม่ต้องลดทอนคุณภาพหรือความสวยงามลง แถมยังใช้เวลาในการติดตั้งสั้นกว่า ไม่ต้องใช้งานช่างเฉพาะทางเท่ากับการปูหินหรือไม้จริง จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
4. ดูแลรักษาง่าย
พื้นคอนกรีตพิมพ์ลายมีการเคลือบผิวด้วยน้ำยาพิเศษที่ช่วยป้องกันฝุ่น รอยขีดข่วน และคราบสกปรกต่าง ๆ จึงทำความสะอาดได้ง่ายเพียงแค่ใช้น้ำเปล่าหรือเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง โดยไม่ต้องใช้สารเคมีรุนแรง อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องขัดหรือลงแว็กซ์เหมือนวัสดุปูพื้นบางประเภท
5. ไม่มีรอยต่อ
เนื่องจากเป็นการเทคอนกรีตแบบแผ่นเดียวแล้วจึงพิมพ์ลายลงไป ทำให้พื้นผิวที่ได้ไม่มีรอยต่อเหมือนวัสดุปูพื้นทั่วไปอย่างกระเบื้องหรือแผ่นหิน ช่วยลดปัญหาการสะสมของฝุ่น เชื้อรา และคราบสกปรกในร่องพื้น อีกทั้งยังให้ความรู้สึกเรียบเนียนและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินหรือใช้งานบนพื้นผิว
ลวดลายยอดนิยมของคอนกรีตพิมพ์ลาย Textureมีอะไรบ้าง

1. คอนกรีตพิมพ์ลายหินแตก (Cracked Stone Texture)
ลักษณะคล้ายหินธรรมชาติที่มีรอยแตกเล็ก ๆ ให้ผิวสัมผัสแบบขรุขระ ดูสมจริง เหมาะสำหรับงานดีไซน์แบบรัสติกหรือพื้นที่กลางแจ้ง เช่น ลานหน้าบ้าน หรือริมสระว่ายน้ำ ให้ความรู้สึกเหมือนพื้นดินธรรมชาติที่แตกลายโดยไม่ต้องใช้หินจริงตกแต่ง
2. คอนกรีตพิมพ์ลายพื้นทรายหยาบ (Sandstone Texture)
ลวดลายที่มีพื้นผิวคล้ายทรายอัดแน่น ดูละมุนตาแต่ยังมีความแข็งแรง เหมาะสำหรับพื้นที่ต้องการเท็กซ์เจอร์แบบนุ่มนวล เช่น พื้นริมสระ พื้นสนามเด็กเล่น หรือพื้นที่ใกล้ธรรมชาติ ที่สำคัญคอนกรีตพิมพ์ลาย Texture นี้ยังช่วยป้องกันลื่นล้มได้ดีอีกด้วย
3. คอนกรีตพิมพ์ลายเปลือกไม้ (Bark Texture)
คอนกรีตพิมพ์ลายประเภทนี้แตกต่างจากลายไม้ทั่วไปตรงที่ให้ผิวสัมผัสที่ขรุขระคล้ายลายเปลือกไม้จริง เหมาะกับพื้นที่สวนหรือพื้นที่พักผ่อนกลางแจ้ง ให้ความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติ เหมาะกับบ้านสไตล์ทรอปิคอล หรือบ้านสไตล์รีสอร์ต
4. คอนกรีตพิมพ์ลายหินกรวด (Pebble Texture)
คอนกรีตพิมพ์ลายหินกรวดเป็นการเลียนแบบพื้นกรวดเล็ก ๆ ที่ดูเรียบง่ายแต่สวยงาม มักใช้สร้างความผ่อนคลายและเสริมบรรยากาศให้เหมือนร้านสปา ได้ลุคหินกรวดแต่ไม่ต้องกังวลเรื่องกรวดหลุดล่อนหรือดูแลยาก
5. คอนกรีตพิมพ์ลายหินตัดเรียบ (Smooth Slate Texture)
ลายนี้ให้ผิวสัมผัสเรียบเนียนแต่มีรอยเส้นละเอียดของหินชนวน ให้ความรู้สึกโมเดิร์น เนี้ยบ และมีความหรูหราในตัว เหมาะกับบ้านสมัยใหม่หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ต้องการความเรียบร้อย โทนสีที่แนะนำคือ เทาเข้ม ดำ หรือโทนคูลเกรย์ จะช่วยให้ลายดูโดดเด่นมากขึ้น
พื้นที่ที่เหมาะกับการปูพื้นคอนกรีตพิมพ์ลายควรมีลักษณะอย่างไร
คอนกรีตพิมพ์ลายเป็นวัสดุที่สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ส่วนตัวหรือพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่อไปนี้
1. ลานจอดรถหน้าบ้านหรือสำนักงาน
ลานจอดรถเป็นพื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักรถและสัมผัสกับแดด ฝน และสิ่งสกปรกอยู่เสมอ คอนกรีตพิมพ์ลายจึงเหมาะกับพื้นที่ส่วนนี้ เพราะมีความแข็งแรง ทนทาน แถมยังผ่านการเคลือบผิวเพื่อป้องกันคราบน้ำมันหรือฝุ่นละอองมาแล้ว จึงทำให้พื้นยังคงสภาพเดิมได้นาน

2. รอบสระว่ายน้ำ
พื้นที่บริเวณรอบสระว่ายน้ำต้องการวัสดุที่ทนต่อน้ำ ไม่ลื่น และยังคงความสวยงามแม้เปียกตลอดเวลา การเลือกใช้คอนกรีตพิมพ์ลาย เช่น ลายหินขรุขระหรือลายไม้แบบหยาบ ๆ จะช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน และยังช่วยลดโอกาสลื่นล้มอีกด้วย
3. พื้นที่เชิงพาณิชย์ เช่น คาเฟ่ ร้านอาหาร รีสอร์ต
ในธุรกิจบริการพื้นที่ภายนอกถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่ดี พื้นคอนกรีตพิมพ์ลายสามารถออกแบบลวดลายให้สอดคล้องกับธีมร้านได้ เช่น ลายอิฐสำหรับร้านกาแฟวินเทจ หรือลายไม้สำหรับรีสอร์ตแนวธรรมชาติ นอกจากจะได้ความสวยงามแล้วยังดูแลรักษาง่ายและทนทานต่อการใช้งานระยะยาว
4. พื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอาคาร
บริเวณที่เชื่อมต่อระหว่างอาคาร เช่น ลานอเนกประสงค์ ลานอีเวนต์ หรือพื้นที่เปิดโล่งที่มีการใช้งานหลากหลาย ควรใช้วัสดุที่ทนทานและดูแลง่าย ซึ่งคอนกรีตพิมพ์ลายสามารถเติมเต็มความเรียบง่ายให้ดูน่าสนใจขึ้นได้ด้วยการเลือกใช้ลวดลายเฉพาะตัว เช่น ลายกระเบื้องหรู หรือพื้นผิวแบบ Texture ที่ให้สัมผัสแตกต่าง
วิธีดูแลคอนกรีตพิมพ์ลายให้อยู่ได้นาน
1. เคลือบสารเคลือบพื้นทุก 1–2 ปี
พื้นคอนกรีตพิมพ์ลายมักเคลือบด้วยสารซีลเลอร์เพื่อป้องกันความชื้น รอยขีดข่วน และรังสียูวี การเคลือบน้ำยาซ้ำควรทำทุก 1–2 ปี โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพการใช้งาน เช่น พื้นภายนอกควรใช้ซีลเลอร์ที่ทนต่อสภาพอากาศ
2. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีรุนแรง
การทำความสะอาดพื้นคอนกรีตพิมพ์ลายสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการฉีดน้ำเปล่า หรือใช้ผงซักฟอกแทนการใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือสารกัดกร่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อชั้นผิวน้ำยาอะคริลิคใสเงา
3. หลีกเลี่ยงแรงกระแทกหรือของหนักเกินไป
พยายามหลีกเลี่ยงของแข็งกระแทกพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย เช่น ค้อน หิน หรืออุปกรณ์เหล็ก เพราะอาจทำให้พื้นแตกร้าวหรือเสียหายได้ หากได้รับน้ำหนักเกินกว่าที่ควรจะเป็น
ข้อควรระวังในการดูแลพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย
- ไม่ควรเดินหรือเหยียบพื้นหลังทำเสร็จทันทีภายใน 24 ชั่วโมง
- ไม่ควรลากของมีคมบนพื้นคอนกรีตพิมพ์ลายหลังทำเสร็จเพราะอาจเกิดรอยได้
- ห้ามนำรถจอดหลังทำพื้นเสร็จ อย่างน้อยควรผ่าน 5-7 วัน จึงนำรถขึ้นจอดได้
- ไม่ควรใช้พื้นทำงานที่แข็งเกินไป เช่น แปรงลวดทองเหลือง เพราะอาจจะให้เกิดความเสียหายบนพื้นคอนกรีตได้
สรุป
พื้นคอนกรีตพิมพ์ลายคืออีกหนึ่งทางเลือกของงานตกแต่งพื้นผิวที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสวยงามและความแข็งแรงทนทานในราคาที่คุ้มค่า เหมาะกับทุกพื้นที่ภายนอกที่ต้องการความโดดเด่นพร้อมรับแรงใช้งานหนัก แถมยังดูแลรักษาง่ายโดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาที่มีสารเคมี พื้นก็ยังคงดูสวยสะอาดได้ในทุก ๆ วัน