อยากผสมปูนเทพื้นเองสักครั้ง แต่ในฐานะเจ้าของบ้านคงอดกังวลไม่ได้ว่าผสมเองแล้วพื้นจะแข็งแรงจริงไหม จะแตกลายงาหรือยุบตัวตั้งแต่ช่วงแรกหรือเปล่า
ความกังวลนี้แก้ได้ไม่ยาก เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับอัตราส่วนผสมปูนเทพื้นที่ถูกต้องเป็นหลัก ต่อให้หน้างานปาดเรียบสวยแค่ไหน ถ้าสัดส่วนวัสดุผิดตั้งแต่ต้น พื้นก็หนีปัญหาแตกร้าวในอนาคตไปไม่พ้น
บทความนี้ Concrete Decor จะพาไปดูตั้งแต่ส่วนผสมปูนเทพื้น อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม อัตราส่วนมาตรฐาน ไปจนถึงขั้นตอนผสมและเทจริงที่ใช้ได้กับงานบ้านพักอาศัย เพื่อให้มั่นใจได้ตั้งแต่ต้น
ส่วนผสมปูนเทพื้นมีอะไรบ้าง?
การผสมปูนเทพื้นใช้วัตถุดิบหลัก 4 อย่าง แต่ละอย่างมีหน้าที่ต่างกัน เลือกใช้ผิดชนิดก็สามารถกระทบกับความแข็งแรงของพื้นทั้งแผ่นได้
1. ปูนซีเมนต์ (Cement)
ทำหน้าที่เป็นตัวประสานทรายกับหินให้เกาะติดกัน งานพื้นบ้านทั่วไปนิยมใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (Portland Cement) ประเภท 1 เพราะให้กำลังอัดสูงเหมาะกับงานโครงสร้าง
2. ทราย (Sand)
ทำหน้าที่เติมเนื้อให้คอนกรีตแน่น ควรใช้ทรายหยาบหรือทรายแม่น้ำที่สะอาด เม็ดขนาดกำลังพอดี ไม่มีฝุ่นหรือดินปน ข้อห้ามเด็ดขาดคือทรายทะเล เพราะมีเกลือปนอยู่ ปล่อยไว้นานเข้าจะกัดกร่อนเหล็กเสริมภายในให้เป็นสนิมโดยที่เรามองไม่เห็น
3. หิน (Stone/Aggregate)
ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดการหดตัวของคอนกรีต นิยมใช้หินเบอร์ 1-2 ขนาดสม่ำเสมอ ก่อนใช้ควรล้างคราบฝุ่นออกให้สะอาด
4. น้ำ (Water)
ต้องเป็นน้ำสะอาด ใช้น้ำประปาหรือน้ำบาดาลที่ใสได้ ห้ามใช้น้ำทะเลหรือน้ำกร่อยเด็ดขาด และอย่าใส่น้ำมากเกินไป เพราะยิ่งน้ำเยอะ คอนกรีตยิ่งมีกำลังต่ำลง โดยทั่วไปน้ำไม่ควรเกินครึ่งหนึ่งของน้ำหนักปูน (ปูน 50 กก. ใส่น้ำได้ประมาณ 25-30 ลิตร)
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อนลงมือผสม
ก่อนเริ่มงานควรเตรียมของให้ครบมือ จะช่วยให้งานลื่นไหลและควบคุมคุณภาพได้ง่ายขึ้นมาก
- พลั่วหรือเสียม สำหรับตักและคลุกส่วนผสม
- เครื่องผสมปูน (โม่ปูน) จำเป็นสำหรับงานเทพื้นที่มีขนาดใหญ่กว่า 2-3 ตร.ม. เพราะผสมด้วยมือจะได้เนื้อคอนกรีตไม่สม่ำเสมอ
- ถังหรือภาชนะตวง ใช้ตวงปูน ทราย หิน ให้ได้อัตราส่วนแม่นยำ อย่ากะด้วยสายตาเด็ดขาด
- เกรียงเหล็กและไม้ปาดปูน สำหรับปาดหน้าคอนกรีตให้เรียบเสมอกัน
- ระดับน้ำ เช็กความเรียบของพื้นทั้งก่อนและหลังเท
- รถเข็นปูน สำหรับลำเลียงคอนกรีตจากจุดผสมไปยังจุดเท
- ผ้าใบหรือกระสอบชื้น ใช้คลุมพื้นหลังเทเพื่อบ่มคอนกรีต ป้องกันแห้งเร็วเกินไปจนแตกลายงา
เตรียมพื้นที่ก่อนผสมปูนเทพื้น
การเตรียมพื้นที่เป็นอีกขั้นตอนที่ต้องทำให้ครบก่อนผสมปูน เพราะมีผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของพื้นในระยะยาว ลองเช็ก 4 จุดนี้ก่อนเริ่มงาน
- ปรับระดับดินให้เรียบและบดอัดแน่น ถ้าเป็นพื้นดินเดิม ต้องบดอัดให้แน่นก่อนเสมอ ไม่งั้นดินจะยุบตัวภายหลังแล้วดึงพื้นคอนกรีตให้แตกร้าวตาม
- รองพื้นด้วยทรายหนาประมาณ 5 ซม. แล้วบดอัดซ้ำอีกรอบ ช่วยกันไม่ให้ดินด้านล่างยุบตัวไม่สม่ำเสมอ
- เช็กการระบายน้ำก่อนเท ถ้าพื้นที่มีแอ่งหรือน้ำขังง่าย ต้องแก้ระดับความลาดเอียงก่อน ไม่งั้นน้ำจะขังใต้พื้นและกัดกร่อนในระยะยาว
- วัดพื้นที่และคำนวณปริมาณวัสดุล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ปูนขาดหรือเหลือกลางคัน ซึ่งจะกระทบความสม่ำเสมอของเนื้อคอนกรีต
ปูนเทพื้น 1 คิว ใช้กี่ถุง? วิธีคำนวณง่าย ๆ
ก่อนจะไปสั่งซื้อวัสดุ ให้ใช้สูตรปูนเทพื้นคำนวณหน้างานจริงแบบ 3 มิติ (กว้าง x ยาว x หนา) เพื่อหาปริมาตรคอนกรีตที่เป็น คิว (ลูกบาศก์เมตร) ดังนี้
| กว้าง (ม.) x ยาว (ม.) x หนา (ม.) = ปริมาตร (ลูกบาศก์เมตร หรือ คิว) |
- ตัวอย่างการคำนวณ: เทพื้นหน้าบ้านกว้าง 4 เมตร ยาว 5 เมตร หนา 0.10 เมตร
- วิธีคิด: 4 x 5 x 0.10 = 2 คิว
โดยทั่วไปคอนกรีต 1 คิวที่ผสมตามสูตร 1:2:4 จะใช้ปูนซีเมนต์ประมาณ 4-5 ถุง (ถุงละ 50 กก.) ควบคู่กับทรายและหินในสัดส่วนที่คำนวณตามนั้น หากพื้นที่เทกว้างมาก ควรพิจารณาสั่งคอนกรีตผสมเสร็จจากรถโม่แทนการผสมเองหน้างาน เพราะควบคุมคุณภาพได้สม่ำเสมอกว่าและประหยัดแรงงานในระยะยาว
แจกอัตราส่วนผสมปูนเทพื้นใช้ได้จริงทุกหน้างาน
อัตราส่วนผสมปูนเทพื้นที่ใช้กันทั่วไปมี 2 สูตรหลัก แบ่งตามลักษณะการใช้งาน
- สูตร 1 : 2 : 4 (ปูน : ทราย : หิน) เป็นสูตรมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุด เหมาะกับพื้นบ้านทั่วไป ทางเดิน หรือพื้นทางเข้าบ้าน ให้ความแข็งแรงเพียงพอสำหรับงานพักอาศัยทั่วไป
- สูตร 1 : 1.5 : 3 (ปูน : ทราย : หิน) ให้กำลังอัดสูงกว่าสูตรแรก เหมาะกับพื้นที่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น ลานจอดรถหรือโรงจอดรถที่ต้องรับน้ำหนักรถสม่ำเสมอ
ทริกจำง่าย ๆ: ยิ่งพื้นที่ต้องรับน้ำหนักมาก ยิ่งต้องเพิ่มสัดส่วนปูนซีเมนต์และลดสัดส่วนทรายกับหินลง ถ้าอยากได้คุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติม เช่น แข็งตัวเร็วขึ้น หรือกันซึมป้องกันน้ำผ่านเนื้อคอนกรีต ก็ผสมเคมีภัณฑ์ประสานคอนกรีตลงไปได้อีกชั้นตามลักษณะหน้างาน

วิธีผสมปูนเทพื้นทีละขั้นตอนตามมาตรฐานช่าง
ทำตามลำดับวิธีผสมปูนเทพื้นทีละขั้น อย่าข้ามหรือสลับขั้นตอน เพราะแต่ละข้อมีผลต่อกันโดยตรง
- ตวงส่วนผสม ใช้ภาชนะตวงปูน ทราย หิน ตามอัตราส่วนที่เลือกให้แม่นยำ
- คลุกส่วนผสมแห้งก่อน นำทรายกับปูนคลุกให้เข้ากันด้วยพลั่วก่อน จนสีสม่ำเสมอทั่วกัน
- เติมน้ำทีละน้อย ค่อย ๆ เติมน้ำลงไปพร้อมคลุกต่อเนื่อง อย่าเทน้ำลงไปทีเดียวจนเหลว
- ใส่หินตามทีหลัง แบ่งใส่หินทีละส่วนจนครบ คลุกให้เข้ากันทั่วทั้งก้อน
- เทและปาดหน้าให้เรียบ เทคอนกรีตลงพื้นที่เตรียมไว้ทันทีหลังผสมเสร็จ ใช้ไม้ปาดปูนปาดหน้าให้เรียบเสมอกัน
- บ่มคอนกรีต หลังเทเสร็จ คลุมด้วยผ้าใบหรือกระสอบชื้น รดน้ำสม่ำเสมอต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้คอนกรีตแข็งตัวเต็มที่
ข้อควรระวังตอนผสมและเทปูนพื้น
หลังผสมและเทเสร็จแล้ว ยังมีอีก 4 จุดที่พลาดกันบ่อย ซึ่งมีผลอย่างมากกับความแข็งแรงของพื้น
- ใช้ให้หมดภายใน 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง หลังผสมเสร็จ ยิ่งอากาศร้อนยิ่งต้องรีบใช้ เพราะคอนกรีตจะเริ่มก่อตัวเร็วขึ้น
- หลีกเลี่ยงวันฝนตกหรืออากาศร้อนจัด ทั้งสองสภาพอากาศกระทบคุณภาพและระยะเวลาการแข็งตัวของคอนกรีต
- ห้ามเดินหรือวางของหนักทับ ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังเท เพราะคอนกรีตยังไม่แข็งตัวเต็มที่ แรงกระแทกจะทำให้เนื้อคอนกรีตด้านในมีปัญหาแบบที่มองไม่เห็นจากภายนอก
- กำลังอัดเต็มที่ใช้เวลาประมาณ 28 วัน แม้ผิวจะแห้งแข็งเร็วกว่านั้น แต่ควรรอให้ครบกำหนดก่อนใช้งานหนัก
ผสมเองหรือสั่งคอนกรีตผสมเสร็จ แบบไหนคุ้มกว่า?
ก่อนจะฟันธงว่าแบบไหนคุ้มกว่า ลองสำรวจก่อนว่าพื้นที่ที่จะเทมีขนาดเท่าไร
- พื้นที่เล็กไม่เกิน 2-3 ตร.ม. ผสมเองคุ้มกว่าชัดเจน เพราะต้นทุนวัสดุถูกกว่า และไม่ต้องเสียค่าขนส่งขั้นต่ำของรถโม่
- พื้นที่ตั้งแต่ 1 คิวขึ้นไป คอนกรีตผสมเสร็จปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 2,100-2,600 บาทต่อคิว (รวมค่าแรงผสมและส่งถึงหน้างานแล้ว) พอบวกค่าแรงผสมเองเข้าไป บางทีก็แทบไม่ต่างกัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการผสมปูนเทพื้น
ใช้ปูนสำเร็จรูปแบบถุงผสมน้ำอย่างเดียวได้ไหม?
ได้ เหมาะกับงานเล็ก ๆ ที่ไม่อยากตวงส่วนผสมเอง แต่ราคาต่อปริมาณจะสูงกว่าซื้อปูน ทราย หิน แยกมาผสมเอง เหมาะกับงานซ่อมจุดเล็กมากกว่าเทพื้นทั้งแผ่น
ทำไมพื้นคอนกรีตที่เทเองถึงแตกร้าวภายหลัง?
ส่วนใหญ่เกิดจากผสมน้ำมากเกินไป ใช้ทรายหรือน้ำที่มีเกลือปน หรือไม่บ่มคอนกรีตด้วยการรดน้ำต่อเนื่องหลังเท ทำให้คอนกรีตแห้งเร็วเกินไปจนเกิดรอยแตกลายงา
เทพื้นปูนกี่วันถึงจะเดินได้?
โดยทั่วไปรอ 24-48 ชั่วโมงก่อนเดินเบา ๆ ได้ แต่ควรรอให้ครบ 7 วันก่อนวางของหนัก และรอจนครบ 28 วันก่อนใช้งานหนักเต็มที่ เพราะเป็นช่วงที่คอนกรีตมีกำลังอัดเต็มตามสเปก
ผสมปูนเทพื้นเสร็จแล้ว เก็บไว้ใช้วันหลังได้ไหม?
ไม่ได้ ต้องใช้ให้หมดภายใน 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมงหลังผสม เพราะคอนกรีตจะเริ่มก่อตัวและแข็งตัวขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา หากผสมเกินความจำเป็นในครั้งเดียวจะเสียของฟรี
สรุป
การผสมปูนเทพื้นให้แข็งแรงไม่แตกไม่ยุบ ขึ้นอยู่กับ 3 อย่างหลัก คือเลือกวัสดุให้ถูกคุณสมบัติ ผสมตามอัตราส่วนที่แม่นยำ และบ่มคอนกรีตให้ครบเวลาหลังเท พื้นที่ขนาดเล็กทำเองได้ไม่ยาก แต่ถ้าพื้นที่กว้างหรือต้องการผิวสวยแบบพื้นคอนกรีตขัดมัน Concrete Decor Thailand รับทำตั้งแต่ผสมปูนไปจนถึงขัดพื้นคอนกรีตเงางาม ปรึกษาทีมงานได้ก่อนตัดสินใจเริ่มงาน
สั่งซื้อสินค้าหรือติดต่อสอบถามได้ที่
โทรศัพท์ : 063-932-2993
Line id : @concretedecor Email : sales@cdt.email
เบื่อไหมกับบรรยากาศห้องเดิม ๆ ที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ผนังสีขาว หรือรอยคราบสกปรกที่ขัดยังไงก็ไม่ออก บางทีจะลุกขึ้นมาทาสีใหม่ก็กลัวเรื่องกลิ่นเหม็น แถมต้องเก็บของเพื่อเคลียพื้นที่เพื่อทาสีอีก ซึ่งทางออกที่ง่ายและเปลี่ยนอารมณ์ห้องได้ไวที่สุดคงหนีไม่พ้น “วอลเปเปอร์” ยิ่งเดี๋ยวนี้มีวอลเปเปอร์แบบสติ๊กเกอร์ (Self-Adhesive) ที่ลอกแล้วแปะได้เลย ทำให้ใครๆ ก็สามารถลุกขึ้นมาแปลงโฉมห้องได้ด้วยตัวเอง
บทความนี้ ConcerteDecor จะมาแชร์วิธีติดวอลเปเปอร์ แบบช่างมืออาชีพจับมือ Step-by-Step รับประกันว่าถ้าทำตามนี้ติดวอลเปเปอร์ออกมาจะสวย เนียนกริบ เปลี่ยนห้องเก่าให้ดูแพงมีระดับภายในพริบตา
การติดวอลเปเปอร์ มีประโยชน์อย่างไร?
นอกจากเรื่องความสวยที่มีลายให้เลือกเป็นล้านแบบแล้ว ประโยชน์ของการติดวอลเปเปอร์ ยังมีอีกมากมายที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ดังนี้
- ปกปิดรอยตำหนิได้แนบเนียน: ไม่ว่าผนังเดิมจะมีรอยร้าวเล็ก ๆ รอยขีดข่วน หรือคราบดำฝังลึก แค่แปะวอลเปเปอร์ทับลงไป ผนังก็จะกลับมาดูใหม่เอี่ยม สะอาดอีกครั้ง
- เปลี่ยน Mood & Tone ของห้องได้อย่างรวดเร็ว: ใครที่อยากได้ห้องสไตล์ลอฟท์ดิบ ๆ สไตล์มินิมอลอบอุ่น หรือหรูหราแบบโรงแรม 5 ดาว แค่เปลี่ยนลายวอลเปเปอร์ อารมณ์ห้องก็เปลี่ยนไปทันที
- ดูแลง่าย ไม่กลัวเลอะ: วอลเปเปอร์สมัยนี้ส่วนใหญ่ผิวหน้ากันน้ำ สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้สบาย หายห่วงเรื่องคราบสกปรก
- เบื่อก็เปลี่ยนได้: การลอกวอลเปเปอร์เก่าออกแล้วติดใหม่ ง่ายและเร็วกว่าการขัดลอกสีเดิมแล้วทาใหม่หลายเท่า ตัวเลือกนี้จึงเหมาะมากสำหรับคนขี้เบื่อที่ชอบเปลี่ยนบรรยากาศห้องบ่อย ๆ
ติดวอลเปเปอร์ต้องเตรียมตัวและอุปกรณ์อะไรบ้าง?
การเตรียมพื้นที่ในการติดวอลเปเปอร์ให้พร้อมก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญ โดยก่อนจะติดวอลเปเปอร์ภายในห้องให้สวย เนียน ไร้ที่ติด จำเป็นต้องเตรียมตัวและอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
เตรียมผนังให้พร้อม
พื้นผิวผนังต้องเรียบ แห้ง และสะอาด ไม่มีฝุ่น เพราะจะทำให้กาวของตัววอลเปเปอร์ติดไม่อยู่ หรือถ้าผนังขรุขระ มีเศษปูนนูนออกมา แนะนำว่าต้องขูดออกและโป๊วให้เรียบก่อน ไม่อย่างนั้นพอติดไปแล้วมันจะนูนขึ้นมา จนดูไม่สวย
อุปกรณ์ที่ควรมีสำหรับการติดวอลเปเปอร์
- วอลเปเปอร์สำหรับติดผนัง
- ตลับเมตร
- คัตเตอร์
- ที่รีดวอลเปเปอร์
- บันได
- ระดับน้ำ หรือลูกดิ่ง
แจก 6 วิธีติดวอลเปเปอร์(Step-by-Step) ให้เนียนกริบ ไร้ฟองอากาศ

เมื่ออุปกรณ์พร้อมก็ลุยกันเลย มาดู 6 วิธีติดวอลเปเปอร์แบบ Step-by-Step รับรองติดตามขั้นตอนที่เราแนะนำมานี้ งานออกมาสวยเนียนกริ๊บ แบบช่างมืออาชีพคุมงานเอง
1. วัดพื้นที่และคำนวณจำนวนม้วนก่อนติด
เริ่มแรกให้ใช้ตลับเมตรวัดความกว้างและความสูงของผนังที่จะติด เพื่อเอามาคำนวณจำนวนม้วน โดยดูขนาดพื้นที่ต่อม้วนที่ระบุข้างกล่อง ทริคสำคัญจากช่างคือควรซื้อเผื่อไว้สัก 1-2 ม้วน หรือประมาณ 10-15% เสมอ เพราะเราต้องเผื่อระยะการตัดต่อลาย และเผื่อไว้แก้ตัวถ้าตัดพลาด ถ้าซื้อมาพอดีแล้วเกิดขาด อาจทำให้ต้องไปซื้อวอลเปเปอร์ใหม่มาเพิ่มได้ เมื่อเป็นแบบนี้ก็อาจจะทำให้เสียเวลาในการติดวอลเปเปอร์ไปอีก
2. การตัดแผ่นและต่อลายให้เป๊ะ ไม่เหลื่อมกัน
อย่าเพิ่งเอาวอลเปเปอร์ไปทาบตัดบนผนัง ให้เคลียร์พื้นที่ที่ต้องการติดวอลเปเปอร์ให้สะอาด แล้วค่อยปูวอลเปเปอร์ลงไป วัดความสูงผนังแล้วบวกเผื่อหัว-ท้ายไปอีกด้านละ 5-10 ซม. แล้วตัดแผ่นแรกออกมา จากนั้นเอาแผ่นที่ 2 มาวางเทียบข้าง ๆ เลื่อนหาลายให้ต่อกันสนิท ก่อนแล้วค่อยตัด ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนครบ อย่าลืมเขียนเลขลำดับ 1, 2, 3… ไว้หลังแผ่นด้วย เวลาหยิบไปติดจะได้ไม่งงลาย
3. ตีเส้นแนวตั้งหาจุดกึ่งกลาง เพื่อไม่ให้ติดเบี้ยว
หลายคนที่ติดวอลเปเปอร์มักจะพลาดในขั้นตอนนี้บ่อย ๆ นั่นก็คือการเริ่มติดจากมุมห้องโดยกะเอาด้วยสายตา ซึ่งมุมห้องบ้านเราส่วนใหญ่มันไม่ได้ฉาก 90 องศาเป๊ะ ๆ ซึ่งถ้าแผ่นแรกเอียง แผ่นต่อไปก็จะเอียงตามไปด้วยได้ สำหรับใครที่ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ แนะนำว่าให้วัดจากมุมห้องเข้ามาเท่าความกว้างวอลเปเปอร์ แล้วใช้ระดับน้ำ หรือลูกดิ่ง ขีดเส้นแนวตั้งลงมา เพื่อช่วยคุมการติดวอลเปเปอร์ของเราให้ตรงสวยตลอดแนว
4. ลอกและติดทีละนิด
แนะนำให้ลอกวอลเปเปอร์และติดทีละนิดจะดีที่สุด โดยควรลอกกระดาษรองหลังด้านบนออกแค่ 10-20 ซม. ก่อน แล้วขึ้นไปแปะเทียบกับเส้นแนวตั้งที่ตีไว้ อย่าลืมเหลือขอบบนไว้ตัดด้วย พอมั่นใจว่าตรงแล้วค่อยเอามือลูบกดให้แน่น
5. รีดไล่อากาศ
จากนั้นให้ใช้มือหนึ่งค่อย ๆ ดึงกระดาษรองหลังด้านล่างลงมาทีละนิด อีกมือใช้ที่รีดหรือผ้าแห้ง รีดลงบนวอลเปเปอร์ โดยรีดจากตรงกลาง ออกไปด้านข้างซ้าย-ขวา สลับกันไป เพื่อไล่ฟองอากาศออกให้หมด ถ้าติดไปแล้วเจอจุดที่มีฟองอากาศ ให้รีบลอกออกนิดนึงแล้วรีดใหม่ทันที
6. เข้ามุมและเก็บขอบรายละเอียดงานให้เรียบร้อย
พอติดเต็มแผ่นแล้ว จะเหลือชายด้านบน (เพดาน) กับด้านล่าง (พื้น) ที่เราเผื่อไว้ ให้เอาไม้บรรทัดหรือเกรียงทาบให้แนบสนิทเข้ามุม แล้วใช้คัตเตอร์กรีดตัดส่วนเกินออก โดยคัตเตอร์ที่ใช้ควรมีใบมีดคม ๆ กรีดทีเดียวขาด เพื่อให้ได้งานวอลเปเปอร์ที่คมกริบ ไม่ยุ่ย
สำหรับการเข้ามุมห้อง ให้ติดเลยไปที่ผนังอีกฝั่งสัก 1-2 ซม. แล้วค่อยเอาแผ่นใหม่มาติดทับ (Overlap) จะช่วยบังรอยต่อได้เนียนกริบ ไม่เห็นร่องปูน
ข้อควรระวังในการติดวอลเปอร์ผนังห้อง
รู้เทคนิคแล้ว มาดูข้อห้ามกันบ้าง เพื่อให้วอลเปเปอร์อยู่กับเราไปนาน ๆ โดยไม่หลุดร่อนกันว่ามีอะไรบ้าง
- ห้ามดึงยืดวอลเปเปอร์: เวลาติดถ้ามันไม่ตรง ให้ลอกออกแล้วแปะใหม่ ห้ามดึงยืดให้มันตรง เด็ดขาด เพราะวอลเปเปอร์ PVC มันยืดหยุ่นได้ พอมันคลายตัวหดกลับ มันจะเกิดร่องว่างระหว่างแผ่น (Gap) มองเห็นเนื้อปูนขาวๆ ไม่สวยเลย
- ใบมีดต้องคมเสมอ: ย้ำอีกครั้งว่าคัตเตอร์สำคัญมาก ถ้าใบมีดทื่อ เวลาตัดขอบมันจะดึงกระดาษจนขาดรุ่งริ่ง ทำให้งานดูหยาบ แนะนำให้หักใบมีดบ่อยๆ
- ผนังต้องคลีน: ถ้าผนังมีฝุ่นแป้ง หรือคราบมัน กาวจะเสื่อมสภาพไวมาก ต้องเช็ดทำความสะอาดให้เกลี้ยงก่อนติดเสมอ
รวมคำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ติดวอลเปเปอร์ทับวอลเปเปอร์เก่าได้ไหม?
ไม่แนะนำ การติดทับของเดิมอาจทำให้ผิวไม่เรียบเนียน เกิดฟองอากาศง่าย และถ้าวอลเปเปอร์ชั้นล่างหลุดร่อน มันก็จะพาวอลเปเปอร์ใหม่ร่วงลงมาด้วย สู้เสียเวลาลอกของเก่าออก แล้วขัดคราบกาวให้สะอาดก่อนดีกว่า
เจอฟองอากาศหลังติดเสร็จ แก้ไขอย่างไร?
ถ้าติดเสร็จแล้วเพิ่งเห็นฟองอากาศปูดขึ้นมากลางแผ่น ไม่ต้องรื้อใหม่ให้เสียของ ให้ใช้เข็มหมุด จิ้มเจาะรูเล็ก ๆ ตรงกลางฟองอากาศเพื่อระบายลม แล้วใช้ที่รีดค่อย ๆ รีดไล่ลมออกไปทางรูนั้น วอลเปเปอร์จะยุบตัวแนบสนิทไปกับผนังเอง
ผนังชื้น ติดวอลเปเปอร์ได้หรือไม่?
ห้ามเด็ดขาด ถ้าผนังชื้น กาวจะไม่ติด เผลอ ๆ ราดำจะขึ้นลามมาบนหน้าวอลเปเปอร์ด้วย ต้องแก้ปัญหาความชื้นที่ต้นเหตุ หรือทาน้ำยากันซึมให้เรียบร้อย รอให้แห้งสนิทจริง ๆ แล้วค่อยติด
บทสรุป: วิธีติดวอลเปเปอร์สร้างบรรยากาศใหม่ให้ห้อง ด้วยสองมือของเรา
เห็นไหมว่าการติดวอลเปเปอร์เองไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่เตรียมตัว เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และใจเย็น ๆ ในตอนติด พร้อมเก็บงานให้ละเอียด ก็จะทำให้คุณได้วอลเปเปอร์สวย ๆ งานเนี๊ยบ ๆ ที่ช่วยเปลี่ยน Mood & Tone ของผนังห้องได้ไม่ยาก
และสำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าตกแต่งผนังห้องสวย ๆ มั่นใจได้ในคุณภาพ ติดต่อสอบถามได้เลยที่ Concrete Decor เราเป็นทั้งผู้ผลิต จำหน่ายสินค้าตกแต่งผนัง น้ำยาเคลือบเงา สีเทกเจอร์ และสินค้าตกแต่งคอนกรีตทุกรูปแบบ ที่สำคัญ เรายังมีทีมช่างมืออาชีพคอยให้คำปรึกษา และแนะนำแบบครบวงจร
สั่งซื้อสินค้าหรือติดต่อสอบถามได้ที่
- โทรศัพท์ : 063-932-2993
- Line id : @concretedecor
- Email : sales@cdt.email
เปิดทุกวันจันทร์ – เสาร์
เวลา 8.00 -17.00