ปูนมีกี่ประเภท ใช้งานต่างกันยังไง ก่อนซื้อต้องรู้อะไรบ้าง?

ปูนซีเมนต์มีกี่แบบ? ควรรู้อะไรบ้างก่อนซื้อ
สารบัญ

งานก่อสร้างแต่ละประเภทต้องเลือกใช้ปูนให้เหมาะกับลักษณะงาน เพราะปูนแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและการใช้งานต่างกัน ปูนที่เหมาะกับงานโครงสร้างจึงอาจไม่เหมาะกับงานก่อหรือฉาบผนัง ก่อนเลือกซื้อ

บทความนี้ Concrete Decor จะพามารู้จักประเภทของปูนและการใช้งานแต่ละแบบ เพื่อช่วยให้เลือกปูนได้เหมาะกับงานและลดปัญหาที่อาจตามมาภายหลัง

ปูน คืออะไร?

ปูน คือวัสดุประสานในรูปแบบผงที่ใช้ในงานก่อสร้าง โดยทั่วไปหมายถึง ปูนซีเมนต์ ซึ่งผลิตจากหินปูน ดินเหนียว และแร่ยิปซัม นำมาบดจนเป็นผงปูนซีเมนต์ละเอียด เมื่อผสมกับน้ำจะเกิดปฏิกิริยาและแข็งตัว แต่ปูนซีเมนต์เพียงอย่างเดียวยังไม่เหมาะกับการใช้งานจริง ต้องผสมกับทราย หิน และน้ำในสัดส่วนที่เหมาะสมตามประเภทของงาน

ปูนซีเมนต์มีกี่ประเภทใช้งานต่างกันอย่างไร?

ปูนซีเมนต์แต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน โดยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ตาม มอก. 15 เล่ม 1 แบ่งเป็น 5 ประเภท ตั้งแต่งานทั่วไป ไปจนถึงงานที่ต้องการความทนซัลเฟตหรือควบคุมความร้อนเป็นพิเศษ

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา (Ordinary Portland Cement) หรือปูนประเภทที่ 1

เป็นปูนซีเมนต์พื้นฐานที่ไม่ต้องการคุณสมบัติพิเศษด้านใดเป็นการเฉพาะ หน้างานมักเรียกกันว่า “ปูนแดง” เหมาะกับงานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป เช่น งานเทพื้น เสา คาน และถนน

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ดัดแปลง (Modified Portland Cement) หรือปูนประเภทที่ 2

ปูนประเภทนี้คายความร้อนสะสมน้อยกว่าประเภทที่ 1 และทนทานต่อซัลเฟตได้ในระดับปานกลาง เหมาะกับงานฐานรากหรือโครงสร้างที่สัมผัสดินซัลเฟตไม่มาก

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ให้กำลังอัดเร็ว (High-Early-Strength Portland Cement) หรือปูนประเภทที่ 3

ปูนประเภทนี้บดละเอียดกว่าปกติ ทำให้คอนกรีตพัฒนากำลังอัดได้เร็วในช่วง 7 วันแรก เหมาะกับงานที่ต้องถอดแบบไว เช่น ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป เสาเข็ม หรืองานซ่อมด่วน แต่ยังต้องบ่มคอนกรีตให้ครบเวลา กำลังอัดถึงจะเต็มตามสเปก

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ความร้อนต่ำ (Low-Heat Portland Cement) หรือปูนประเภทที่ 4

ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องควบคุมความร้อนจากปฏิกิริยากับน้ำ โดยเฉพาะงานคอนกรีตปริมาณมากอย่างเขื่อนหรือฐานรากขนาดใหญ่ ซึ่งความร้อนสะสมภายในอาจทำให้เกิดปัญหาการแตกร้าวได้

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ทนซัลเฟต (Sulfate-Resistance Portland Cement) หรือปูนประเภทที่ 5

ทนทานต่อการกัดกร่อนจากซัลเฟตได้สูงที่สุดในกลุ่มปอร์ตแลนด์ จึงเหมาะกับงานริมทะเล ป่าชายเลน หรือพื้นที่ดินเค็มโดยเฉพาะ

ผงปูนซีเมนต์ผสมกับทราย หิน และน้ำ ก่อนนำไปใช้งานจริง

นอกจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์แล้ว ยังมีปูนซีเมนต์และวัสดุประสานสำหรับงานเฉพาะด้านอีกหลายกลุ่ม ซึ่งไม่ได้อยู่ใน 5 ประเภทข้างต้น ดังนี้

ปูนซีเมนต์ผสม (Mixed Cement) หรือปูนก่อ

เป็นปูนซีเมนต์ที่มีวัสดุอื่นผสมตามมาตรฐาน หน้างานมักเรียกกันว่า “ปูนเขียว” ช่วยให้มีคุณสมบัติเหมาะกับงานก่อสร้างบางประเภท และมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์แยกจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์โดยเฉพาะ

ปูนซีเมนต์ขาว (White Cement)

เป็นปูนซีเมนต์ที่มีสีขาว เหมาะกับงานที่ต้องการความสวยงามและสีของวัสดุ เช่น งานตกแต่ง งานยาแนว หรืองานผลิตชิ้นงานตกแต่ง โดยมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์แยกต่างหาก

ปูนสำเร็จรูป (มอร์ตาร์ / Mortar)

เป็นวัสดุที่ผสมส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับงานก่อหรือฉาบมาให้จากโรงงานแล้ว หน้างานเพียงเติมน้ำตามสัดส่วนที่ผู้ผลิตกำหนด จึงช่วยให้ควบคุมสัดส่วนและคุณภาพของส่วนผสมได้ง่ายขึ้น

เลือกปูนซีเมนต์ยังไงให้เหมาะกับงาน?

รู้จักประเภทของปูนแล้ว ขั้นต่อไปคือเลือกให้ตรงกับลักษณะงานและสภาพหน้างาน โดยก่อนซื้อควรดู 3 เรื่องหลัก ๆ ดังนี้

  • งานนี้เป็นงานโครงสร้างหรืองานตกแต่งผิว? งานเสา คาน ฐานรากทั่วไป ใช้ปูนแดง ห้ามใช้ปูนก่อหรือปูนสำเร็จรูปแทน เพราะรับน้ำหนักไม่พอ ส่วนงานก่ออิฐหรือฉาบผนัง ให้ใช้ปูนเขียวแทน
  • พื้นที่หน้างานเสี่ยงสัมผัสน้ำเค็มหรือดินซัลเฟตไหม? ถ้าใกล้ทะเลหรือดินมีปัญหาซัลเฟต ต้องขยับไปกลุ่มปูนทนซัลเฟตโดยเฉพาะ ไม่ใช่ปูนธรรมดา
  • มีเงื่อนไขเรื่องเวลาหรือปริมาณเทคอนกรีตพิเศษไหม? งานที่ต้องถอดแบบเร็วกับงานเทปริมาณมากใช้ปูนคนละกลุ่มกัน ตรงนี้ควรเช็กก่อนสั่งของ

นอกจากประเภทปูนแล้ว อัตราส่วนผสมปูน ทราย และหิน ก็มีผลต่อคุณภาพของคอนกรีตไม่แพ้กัน โดยเฉพาะงานเทพื้น หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกปูนหรือส่วนผสมแบบไหน แนะนำให้ปรึกษาช่างหรือผู้มีประสบการณ์ก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ได้วัสดุที่เหมาะกับหน้างานจริงครับ

เลือกปูนซีเมนต์ให้เหมาะกับลักษณะงาน

ข้อควรระวังในการใช้ปูนซีเมนต์

เลือกปูนให้เหมาะกับงานแล้ว ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ควรเช็กตั้งแต่ก่อนซื้อไปจนถึงตอนใช้งาน เพื่อช่วยรักษาคุณภาพของปูนและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

  • เช็กเครื่องหมาย มอก. บนถุงก่อนซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าปูนผ่านมาตรฐานและเป็นประเภทตามที่ระบุ
  • ดูวันผลิตและสภาพของปูน ปูนซีเมนต์ใช้ได้แค่ราว 2-3 เดือน ยิ่งเก็บในที่ชื้นหรือหน้าฝนยิ่งเสื่อมเร็ว
  • ปูนเขียวใช้แทนปูนแดงไม่ได้ทุกกรณี เพราะรับน้ำหนักได้น้อยกว่ามาก เผลอใช้ผิดจุดอาจทำให้โครงสร้างไม่แข็งแรงตามที่ควร
  • ใช้ปูนที่ผสมแล้วภายในเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรเติมน้ำกลับเข้าไปเมื่อส่วนผสมเริ่มแข็งตัว เพราะอาจทำให้คุณสมบัติและกำลังของวัสดุเปลี่ยนไป
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน ฝุ่นปูนและปูนสามารถระคายเคืองผิวหนังและดวงตาได้ ควรสวมถุงมือ หน้ากาก และแว่นตานิรภัย และล้างด้วยน้ำสะอาดทันทีหากสัมผัสผิวหรือตา

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับปูน

ปูนซีเมนต์กับคอนกรีต ต่างกันอย่างไร?

ปูนซีเมนต์คือผงวัตถุดิบตั้งต้นที่ยังไม่ผ่านการผสมกับส่วนประกอบอื่น ส่วนคอนกรีตคือปูนซีเมนต์ที่นำไปผสมกับทราย หิน และน้ำแล้ว จนกลายเป็นวัสดุพร้อมใช้เทหรือหล่อโครงสร้าง

ปูนสำเร็จรูปกับปูนซีเมนต์ที่ผสมทรายเอง ต่างกันยังไง?

ปูนสำเร็จรูปจะผสมทรายมาให้แล้วจากโรงงาน แค่เติมน้ำก็ใช้ได้ทันที ส่วนปูนซีเมนต์ธรรมดาต้องผสมทรายเองหน้างาน

ปูนซีเมนต์เก็บได้นานแค่ไหนก่อนหมดสภาพ?

โดยทั่วไปเก็บได้ประมาณ 2-3 เดือนหลังวันผลิต หากเก็บในที่แห้งและไม่โดนความชื้น แต่ในช่วงหน้าฝนหรือที่ชื้น อายุการใช้งานจะสั้นลงกว่านั้น

สรุป

ปูนแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและเหมาะกับงานต่างกัน การเลือกใช้จึงควรดูทั้งลักษณะงานและสภาพหน้างานเป็นหลัก ตั้งแต่งานโครงสร้าง งานก่อ-ฉาบ ไปจนถึงงานที่ต้องรับมือกับซัลเฟต หากเลือกปูนให้ตรงกับงานตั้งแต่ต้น ก็ช่วยให้ควบคุมคุณภาพงานและลดปัญหาที่อาจตามมาในภายหลังได้

หากยังไม่มั่นใจว่างานของตัวเองควรใช้ปูนประเภทไหน ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในงานคอนกรีตและปูนตกแต่ง Concrete Decor พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนเลือกวัสดุก่อนเริ่มงานจริง

สั่งซื้อสินค้าหรือติดต่อสอบถามได้ที่

โทรศัพท์ : 063-932-2993

Line id : @concretedecor

Email : sales@cdt.email

Picture of คอนกรีต เดคคอร์ ไทยแลนด์
คอนกรีต เดคคอร์ ไทยแลนด์

ผู้เขียน

บทความที่เกี่ยวข้อง